นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Policy) ของ บริษัท โอลิมเปียไทยทาวเวอร์ จำกัด

ส่วนที่ 1 : ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลคนนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองตามนโยบายนี้ ให้รวมถึง

1. ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่องานหรือ ผู้เกี่ยวข้องใดๆ ในธุรกิจของบริษัท เช่น ชื่อ–นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ เลขที่บัตรประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง เลขที่บัญชีธนาคาร ลายเซ็น หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่จำเป็นต้องใช้ในการทำธุรกิจร่วมกันหรือตามที่กฎมายกำหนด

2. ข้อมูลบุคคลทั่วไปของพนักงาน เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน บัญชีธนาคาร รูปถ่าย ลายเซ็น ลายนิ้วมือ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ เฟชบุกส์ วุฒิการศึกษา ชื่อคู่สมรสหรือ ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดที่จำเป็นต้องใช้ในการจ้างงาน การบริหารงาน หรือตามที่กฎหมายกำหนด

3. ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวทั้งของลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่อ ผู้เกี่ยวข้องใดๆ ในธุรกิจของบริษัท หรือของพนักงาน เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทาง การเมืองความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพลักษณะเด่นทางกายภาพหรือ ข้อมูลอ่อนไหวอื่นใดที่กฎหมายกำหนดที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานหรือทำธุรกิจร่วมกันหรือตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนที่ 2 : นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ของคู่ค้า ของพนักงาน และหรือของผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ เป็นอย่างสูงและเพื่อให้การเก็บ การรวบรวม การใช้งาน การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ดังต่อไปนี้

1. บริษัทฯ ให้ความเคารพสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ของพนักงานและของผู้เกี่ยวข้องอย่างสูงสุด
2. บริษัทฯ จะขอข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเท่าที่จำเป็นในการใช้งาน หรือ ตามที่กฎหมายกำหนด และจะขอจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง
3. บริษัทฯ จะแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บ รวบรวมใช้งาน เปิดเผยข้อมูลและแจ้งสิทธิให้เจ้าของข้อมูลทราบและยินยอมแต่แรก
4. บริษัทฯ จัดให้ระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีความมั่นคง ปลอดภัยและตามที่กฎหมายกำหนด
5. บริษัทฯ จัดให้มีผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผลข้อมูล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลมีการใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และหรือตามกฎหมายกำหนด
6. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพลักษณะเด่นทางกายภาพ หากจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดย ชัดแจ้งและใช้อย่างระมัดวังเป็นความลับ
7. เจ้าของข้อมูลที่เป็นชาวต่างชาติ ต่างด้าว จะคุ้มครองและใช้ข้อมูลเช่นเดียวกับข้อมูลคนไทย
8. การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปหน่วยงานภายนอก หรือ ต่างประเทศ บริษัทฯ จัดให้มีข้อตกลงกับหน่วยงานภายนอกหรือประเทศปลายทางให้ทำการคุ้มครองที่มั่นคง ปลอดภัยหรือตาม ที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
9. เจ้าของข้อมูล มีสิทธิในการตรวจสอบ ขอรับสำเนา คัดค้าน ลบ ทำลาย โอน หรือ ขอถอนความยินยอมข้อมูลนั้นได้เว้นแต่ข้อมูลนั้นบริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ตามกฎหมายหรือตาม สัญญาข้อตกลงที่มีต่อกัน การขอใช้สิทธิดังกล่าวได้ที่ผู้ควบคุมข้อมูลที่บริษัทฯกำหนด
10. บริษัทฯ จะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ของพนักงานหรือของผู้เกี่ยวข้องเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ เอง ห้ามมิให้ ผู้ใด ละเมิด เปิดเผย เข้าถึง นำไปหาประโยชน์ ส่วนตัว หรือทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหายโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาลงโทษในอัตราสูงสุด จะดำเนินคดีถึงที่สุด รวมถึงต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น เต็มจำนวนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

ส่วนที่ 3 : ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อให้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงแต่งตั้งให้บุคคลผู้มีตำแหน่งต่อไปนี้ ปฏิบัติตามนโยบายและหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. กรรมการผู้มีอำนาจ เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในนามนิติบุคคล
2. ผู้แทนฝ่ายบริหารในระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่บริหารจัดการระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคล พ.ศ.2562 และหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นผู้เสนอแนะ ตรวจสอบ ประสานงานควบคุม เพื่อให้ระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสอดคล้องกับกฎหมายเป็นความลับและดำเนินไป
อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน และเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรักษาไว้ในสื่ออิเลคโทรนิกส์ซอร์ฟแวร์ ทั้งหมดของบริษัทฯ ให้มีความมั่นคง ปลอดภัย
5. ผู้จัดการ/ หัวหน้างานทุกหน่วยงาน เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ของลูกค้า คู่ค้า หรือ ผู้มาติดต่องานที่หน่วยงานตนเองเกี่ยวข้อง
6. พนักงานทุกคน เป็นผู้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเองใช้งานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
7. คณะทำงานระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นผู้จัดทำระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับกฎหมายนี้

ส่วนที่ 4 : การขอความยินยอมขอใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 บริษัทฯ กำหนดให้มี

(1) รายการข้อมูลส่วนบุคคล ของลูกค้า คู่ค้า ของพนักงานและของผู้มาติดต่องาน
(2) กำหนดวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการใช้งาน
(3) ขอบเขตการใช้งาน
(4) อายุการเก็บข้อมูล
(5) สิทธิของเจ้าของข้อมูล
(6) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแจ้งให้ลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่องานและพนักงานทราบและยินยอมแต่แรกก่อนทำธุรกิจหรือก่อนการทำงานร่วมกัน

4.2 ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว ( ตามมาตรา 26 ) หากจะมีการเก็บ ใช้ เปิดเผยตามความจำเป็นในการบริหารงานหรือตามกฎหมายกำหนด บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
โดยชัดแจ้งก่อนการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลและใช้อย่างระมัดระวังเป็นความลับ

4.3 การเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ผู้ติดต่องาน และ ข้อมูลพนักงานที่บริษัทฯคุ้มครองไว้ บริษัทฯ จัดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการ
ทบทวน อนุมัติก่อนการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่คุ้มครองไว้นั้นได้รับการเก็บ รวบรวมใช้เปิดเผยอย่างมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูล

ส่วนที่ 5 : ขอบเขตการใช้ข้อมูล
บริษัทฯ จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่องาน หรือของพนักงานในทุกส่วนงานที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นๆ ในการทำงานหรือใช้ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งในสำนักงาน สาขา บริษัทฯในเครือ บริษัทฯ คู่ค้า หรือ หน่วยงานอื่นใดที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าว ทั้งในประเทศและหรือต่างประเทศ (ถ้ามี) ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตและจะเก็บ รวบรวมใช้ เปิดเผยอย่างเป็นความลับเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล

ส่วนที่ 6 : สถานที่เก็บและผู้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในคอมพิวเตอร์หรือ สื่ออิเลคโทรนิกส์ อื่นใดที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และจัดให้ผู้ใช้งานมี Password หรือ รหัสลับเฉพาะคนอื่นใด เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วน บุคคลมีการเก็บรักษาที่มั่นคงปลอดภัย

6.2 กรณีที่เก็บเป็นเอกสาร สถานที่เก็บจะจัดให้มีการล็อกกุญแจที่มั่นคง ปลอดภัย

6.3 กำหนดให้มีการตรวจสอบเป็นระยะ และให้มีการทบทวน ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันทั้งระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือในกรณีที่มีเหตุการณ์ผิดปกติ หรือกฎหมายประกาศเพิ่มเติม หรือเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง บริษัทฯ จะทบทวนปรับปรุงทันที เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บ รวบรวมใช้เปิดเผย ได้รับการคุ้มครองตามนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนที่ 7 : อายุการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
7.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ใช้ในการทำงานหรือทำธุรกิจร่วมกัน จะเก็บไว้ตลอดเวลาที่ทำงานหรือทำธุรกิจร่วมกัน ข้อมูลที่สำคัญจะเก็บต่อเนื่อง หลังจากพ้นสภาพไปแล้วไม่เกิน 10 ปี โดยเก็บไว้ในสื่ออิเลคโทรนิกส์หรือเป็นเอกสารที่ปลอดภัย

7.2 ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ไม่ใช้งาน จะเก็บไว้ไม่เกิน 3 เดือน จะทำลายโดยการย่อยหรือเผาทำลายหรือวิธีอื่นใด เพื่อป้องกันการนำมาใช้ผิด

7.3 ข้อมูลใดที่เก็บไว้ในสื่ออิเลคทรอนิกส์ หรือ software ที่สามารถตรวจสอบได้ ถูกต้องตามจริงแล้ว บริษัทฯ อาจทำลายข้อมูลที่เป็นกระดาษก็ได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระ ไม่ซ้ำซ้อน ในการจัดเก็บ

ส่วนที่ 8 : การมอบหมายให้บุคคลภายนอกประมวลผลให้ หรือ การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
8.1 ในกรณี

8.1.1 บริษัทฯส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปให้บุคคลหรือหน่วยงานภายนอก (นอกบริษัทฯแต่ภายในประเทศ) ดำเนินการให้ตามข้อตกลงกัน
8.1.2 บริษัทฯ มอบหมายให้บุคคล องค์กรอื่นใดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลให้ (ประมวลผลให้)
8.1.3 ลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่องาน รู้ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานขณะติดต่องานกัน
บริษัทฯจัดให้มีข้อสัญญาข้อตกลงการแจ้งเตือนให้หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกนั้นเก็บ รวบรวมใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลให้มั่นคง ปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

8.2 การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ บริษัทฯ จัดให้ผู้ควบคุมข้อมูลหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นผู้ตรวจสอบ ทบทวน อนุมัติ อย่างรัดกุม รอบคอบ และทำข้อ ตกลงแจ้งเตือนกับประเทศปลายทางให้คุ้มครองอย่างเหมาะสม เพียงพอ ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

8.3 การส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวไปหน่วยงานภายนอกหรือส่งไปต่างประเทศต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมข้อมูลในนามนิติบุคคล ( กรรมการผู้มีอำนาจ) และ เจ้าหน้าที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความเห็นร่วมกัน และปฏิบัติตามกฎหมายก่อนทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศปลายทางมีการคุ้มครองที่มั่นคง ปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนที่ 9 : สิทธิของเจ้าของข้อมูล
9.1 บริษัทฯให้ความเคารพสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ของพนักงานและของผู้เกี่ยวข้องอย่างสูงสุด

(1) ขอทราบแหล่งที่มาของข้อมูลที่ตนไม่ยินยอมได้
(2) ขอตรวจสอบวิธีการเก็บ การใช้การเปิดเผยข้อมูลได้
(3) ขอคัดค้าน ขอระงับการใช้ได้
(4) ขอถอนความยินยอมได้
(5) ขอให้ลบออกจากการเก็บ การใช้ การเปิดเผยได้
(6) ขอให้เปลี่ยนแปลง แก้ไขให้ถูกต้องได้
(7) ขอรับสำเนา หรือ ขอรับการรับรองข้อมูลได้
(8) ขอให้โอนข้อมูลไปยังหน่วยงานอื่นได้
(9) ถ้าเกิดความเสียหาย หรือ คนอื่นได้ประโยชน์ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
ทั้งนี้การใช้สิทธิดังกล่าวต้องไม่กระทบกับสิทธิการใช้ข้อมูลของบริษัทฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

9.2 กรณีที่บริษัทฯ ยังคงใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ โดยสุจริต ไม่นำไปหาประโยชน์ส่วนตัว ไม่ทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหาย หรือ ใช้ตามความจำเป็นในการบริหารงานหรือ ตามสัญญา ข้อตกลงที่มีต่อกัน หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ได้บริษัท ฯ ขอความยินยอมจากลูกค้าหรือพนักงานให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปตามปกติ

9.3 พนักงานที่มีเหตุสงสัย หรือ พบเหตุผิดปกติจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน สามารถร้องเรียน หรือ ขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลข้างต้น ได้ที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ พนักงาน (ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล) ที่บริษัทฯกำหนดเพื่อดำเนินการให้

9.4 ลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่องาน ที่มีเหตุสงสัย หรือ พบเหตุผิดปกติจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน สามารถให้ร้องเรียน หรือ ขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลข้างต้น ได้ที่ผู้ควบคุม ข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน (ผู้จัดการหน่วยงานที่ลูกค้าติดต่องานด้วย) เพื่อดำเนินการให้

9.5 พนักงาน หรือ ลูกค้า ที่ไม่ได้รับความสะดวก ไม่ได้รับการแก้ไขตามสิทธิที่กำหนด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินการให้

9.6 การตัดสินข้อร้องเรียน หรือ สงสัยให้ผู้ควบคุมข้อมูลในนามนิติบุคคล ( กรรมการผู้มีอำนาจ) โดยความเห็นชอบของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีอำนาจตัดสินและให้ถือ เป็นที่สุด

ส่วนที่ 10 : หน้าที่ของเจ้าของข้อมูล
10.1 นำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ตามที่ร้องขอภายในเวลาที่กำหนด

10.2 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วัน

10.3 ต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานหรือของลูกค้าตามหน้าที่โดยสุจริต ห้ามนำไปหาประโยชน์ ส่วนตัวหรือ ห้ามทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหายใด ๆ ทุกกรณี

10.4 หากพบเหตุผิดปกติ หรือ เหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอันอาจทำให้เกิดความเสียหาย ให้แจ้ง บริษัทฯ ทราบทันทีเพื่อระงับได้ทันเหตุการณ์

ส่วนที่ 11 : บทลงโทษผู้ฝ่าฝืน
ลูกค้า คู่ค้า ผู้มาติดต่องาน หรือ พนักงานผู้ใดนำข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทคุ้มครองไว้
1. ไปใช้ เปิดเผย หาประโยชน์นอกจากวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลยินยอม
2. ทำให้เจ้าข้อมูลเสียหาย
3. ทำผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ทำผิดนโยบายหรือระเบียบปฏิบัติอื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้ บริษัทฯ จะลงโทษถึงขั้นสูงสุด หรือดำเนินคดีตามที่ กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดและชดใช้ความเสียหายเต็มจำนวน

ส่วนที่ 12 : การประชาสัมพันธ์นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
12.1 ให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเผยแพร่นโยบายนี้ ให้ผู้สมัครงานพนักงานใหม่และพนักงานประจำทราบ

12.2 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบทันทีหรือภายในไม่เกิน 7 วัน

12.3 ให้ผู้จัดการฝ่ายสารสนเทศหรือผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เผยแพร่นโยบายนี้ทาง Website หรือ สื่อ Media ใด ๆ ของบริษัท ฯ ให้ผู้เกี่ยวข้องและหรือผู้สนใจทราบ

ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2565